Back To Journal

ETH อาจ Bullish ในดอลลาร์ แต่ยัง Bearish เมื่อเทียบ BTC?

Ethereum กำลังดีขึ้นในเชิง supply structure จาก staking และ liquid float ที่ตึงขึ้น แต่ ETH/BTC ยังบอกว่าตลาดยังให้ demand premium กับ Bitcoin มากกว่า และสองเรื่องนี้ไม่ใช่ thesis เดียวกัน

ตลาดคริปโตบางครั้งก็เล่าอะไรง่ายเกินไป

ถ้า supply ถูกล็อกมากขึ้น แรงขายควรลดลง ราคาไม่น่าจะอ่อน

ถ้าพูดถึง ETH/USD เรื่องนี้ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ถ้าเทียบแบบ ETH/BTC มันไม่ง่ายแบบนั้น

ตอนนี้ Ethereum กำลังส่งสัญญาณที่ดูขัดกันเองอยู่สองแบบ ด้านหนึ่ง ETH/BTC ยังมีโครงสร้างเทคนิคที่เสี่ยงลงต่อ แต่อีกด้านหนึ่ง ETH จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังถูกดูดออกจากตลาดสภาพคล่องและเข้าไปอยู่ใน staking layer

TL;DR สำหรับคนขี้เกียจอ่าน
  1. ETH/BTC ยังสะท้อนว่าเงินหลักของตลาดเลือก BTC ก่อน ETH และมีความเสี่ยงเห็นเป้าทางเทคนิคแถว 0.026 BTC ถ้าโครงสร้างยังไม่ reclaim
  2. ฝั่ง onchain ของ ETH ไม่ได้แย่เลย ทั้ง staking ratio ที่สูงขึ้น, ETH ใน exchange ที่ลดลง และ treasury-scale holders ที่ดูดเหรียญออกจากตลาด
  3. ดังนั้น thesis ฝั่ง ETH/USD กับ ETH/BTC ต้องแยกกัน เพราะ supply squeeze อย่างเดียว ยังไม่พอทำให้ ETH ชนะ BTC ในเชิง relative

1) สิ่งที่กราฟกำลังบอก: ETH อาจยังแพ้ BTC ในเชิง relative

คู่ ETH/BTC อ่อนลงราว 6% ในรอบสัปดาห์ และล่าสุดกำลังไหลหลุดเส้นเทรนด์ ซึ่งถ้าหลุดลงจริง ก็มีโอกาสเห็นเป้าทางเทคนิคแถว 0.026 BTC หรือราว 10% ต่ำกว่าระดับปัจจุบัน

นี่ไม่ได้แปลว่า ETH ต้องพังดิ่งลงในหน่วยดอลลาร์ แต่มันกำลังสื่อว่าในสายตาตลาดตอนนี้ ถ้าจะถือ high market cap asset ในคริปโต ตลาดยังเลือก BTC ก่อน ETH

หลายคนชอบเอา narrative ของ Ethereum ไปปนกับ price action ของ ETH/BTC แล้วสรุปว่า ถ้า fundamentals ดีขึ้น ราคา relative ต้องดีขึ้นด้วย แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะในตลาดคริปโต price เองก็สร้าง narrative ได้เช่นกัน

ถ้า ETH ยังขึ้นในหน่วยดอลลาร์ตาม BTC ได้ แต่วิ่งช้ากว่า หรือเงินก้อนใหญ่ยังไม่ยอม rotate เข้ามาแรงพอ ETH/BTC ก็ยังสามารถอ่อนต่อได้ แม้ภาพรวมของ ETH จะดูดีขึ้นก็ตาม

2) สิ่งที่ onchain กำลังบอก: ETH ฝั่ง supply ตึงขึ้นจริง

ฝั่งอุปทานของ Ethereum ไม่ได้ดูแย่เลย และจริง ๆ แล้วมันดูดีขึ้นเรื่อย ๆ

Staking

39 ล้าน ETH ถูก stake แล้ว

ผ่าน validator ราว 816,578 ราย คิดเป็น staking ratio ประมาณ 32.2% ของ supply ทั้งหมด และมูลค่ารวมราว 90.1 พันล้านดอลลาร์

Exchange Balance

ETH บน exchange ลดลงต่อเนื่อง

จากประมาณ 20M ETH เหลือราว 14M ETH ซึ่งหมายความว่าเหรียญที่พร้อมขายทันทีในตลาด spot มีน้อยลงเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ Ethereum Foundation ทำเป้าหมาย stake 70,000 ETH ได้แล้ว และ BitMine ถือ ETH ราว 4.976 ล้านเหรียญ โดยในจำนวนนั้นมีประมาณ 3.334 ล้านเหรียญ ถูกนำไป stake แล้วเช่นกัน

พูดอีกแบบคือ ETH ที่พร้อมขายทันทีในตลาด spot กำลังลดลง หรือถ้าจะใช้ภาษาที่ตรงกว่า liquid float กำลังถูกบีบ

นี่เป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาในกรอบยาว โดยเฉพาะถ้า demand ฝั่งใช้งาน หรือ demand ฝั่งลงทุน กลับมาเร่งในจังหวะถัดไป

3) แต่ประเด็นสำคัญคือการบีบตัวของ supply อย่างเดียว สู้ BTC ยังไม่ได้

ตรงนี้คือ alpha ของเรื่องนี้ ตลาดจำนวนมากชอบมองแบบเส้นตรงว่า staking เพิ่ม = supply ลด = ETH ต้องชนะ แต่ในโลกจริง ETH มีสอง thesis ที่ต้องแยกออกจากกันชัด ๆ

ETH/USD Thesis

Float ตึงขึ้น ช่วยภาพดอลลาร์ได้

ETH ถูกล็อกมากขึ้น supply หมุนเวียนน้อยลง และ sell pressure ในตลาด spot ลดลง ถ้า demand ไม่หาย ราคาในหน่วยดอลลาร์ก็มีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้นได้

ETH/BTC Thesis

Relative strength ยังต้องดู demand

สิ่งที่ตัดสินไม่ใช่แค่ supply แต่รวมถึง demand quality, capital preference, institutional accessibility และ narrative hierarchy ซึ่งตอนนี้ BTC ยังได้เปรียบแทบทุกข้อ

ถ้าเงินก้อนใหญ่ต้องเลือก “สินทรัพย์หลักของคริปโต” เพียงหนึ่งตัว BTC ยังเป็นคำตอบที่เรียบง่ายกว่า ข้อความสั้นกว่า friendly กว่า และถูกตีความเป็น macro asset ได้ง่ายกว่า

ดังนั้น supply side ของ ETH อาจดีขึ้นจริง แต่ถ้า demand side ของ BTC ยังแข็งกว่า ETH ก็ยังสามารถ ขึ้นในดอลลาร์ แต่แพ้ในคู่ BTC ได้อยู่ดี

Ethereum กำลังดีขึ้นในเชิง supply structure แต่ยังไม่ได้ชนะในเชิง capital gains และสองอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

นี่ยังไม่รวมแรงกดฝั่ง blockchain narrative เพราะแม้ Solana จะเริ่มมีกระแสที่ถดถอยลง แต่ก็มีคู่แข่งผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ ทั้ง Hyperliquid ในฐานะ financial layer ใหม่ของเทรดเดอร์, Tempo และ ARC ที่เล่น consumer, stablecoin และ payment narrative รวมถึง Layer 2 อีกหลายตัวที่ทำได้เกือบทุกอย่างที่ Ethereum ทำ แต่ value ที่ไหลกลับเข้า mainnet ยังน้อยมาก

4) อีกจุดที่ตลาดควรระวัง: scarcity narrative ของ ETH ดีขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นสุด

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงตอนนี้ไม่ใช่ “ETH เข้าสู่ supply shock ขั้นสุดแล้ว” แต่คือ “ETH กำลังเดินเข้าไปสู่โครงสร้าง supply ที่ตึงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

สองประโยคนี้ให้ implication คนละแบบ ประโยคแรกชวนให้ all-in narrative แต่ประโยคหลังชวนให้ค่อย ๆ สะสมตาม conviction มากกว่า

จุดสำคัญที่สุดคือ ต่อให้ฝั่ง supply ตึงขึ้นจริง ถ้า demand ยังไม่มากพอ supply shock ก็ยังไม่เกิด และถ้าวันหนึ่ง demand มาพร้อมกันจริง จุดนั้นก็อาจเป็นช่วงที่ ETH/BTC เข้าใกล้ top รอบใหม่ได้เช่นกัน

ตลาดควรระวังการตีความ scarcity ของ ETH แบบสุดโต่งเกินไป เพราะ supply tightening เป็นเงื่อนไขที่ดี แต่ยังไม่ใช่เงื่อนไขที่พอสำหรับการ reclaim leadership จาก BTC

สรุป: ตลาดกำลังแยก ETH ออกเป็น 2 สินทรัพย์ในตัวเดียว

ถ้าสนใจ Ethereum จริง ๆ ผมคิดว่าต้องเลิกพูดว่า ETH bullish หรือ bearish แบบกว้าง ๆ แล้วเริ่มแยกมันเป็นสอง layer

Layer A

ETH as an asset with tightening float

ภาพนี้เริ่มดีขึ้นชัดเจน ทั้ง staking สูงสุดใหม่, foundation stake มากขึ้น, treasury-scale holders บางรายดูด ETH ออกจากตลาด และ spot sell pressure เชิงโครงสร้างอาจเบาลง

Layer B

ETH as BTC-relative expression

ภาพนี้ยังไม่ชนะ ETH/BTC ยังอ่อน, technical structure ยังไม่สวย, ตลาดยังให้ demand premium กับ BTC มากกว่า และ scarcity อย่างเดียวก็ยังไม่พอเปลี่ยน relative leadership

บางคนที่ bullish ETH ไม่ได้ผิดที่เห็น supply ตึงขึ้น แต่พวกเขาอาจรีบเกินไปที่จะสรุปว่า relative trend จะกลับแล้ว

สำหรับคนที่มองแบบ profit maxi คำถามสำคัญกว่าคือ สินทรัพย์ไหนสร้างกำไรให้เราได้มากที่สุดในความเสี่ยงที่รับได้ ถ้าคุณ bullish ETH เพราะเชื่อว่า float จะตึงขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือ thesis ฝั่ง ETH/USD แต่ถ้าคุณคิดว่า ETH จะเริ่มกิน share กลับจาก BTC ทันที ตรงนี้อาจจะยังเร็วไปหน่อย

ตราบใดที่ ETH/BTC ยังไม่ reclaim โครงสร้างสำคัญ ตลาดก็อาจยังอยู่ใน phase ที่ BTC เป็นตัวหลัก ส่วน ETH เป็นตัวรอจังหวะ

*ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน