ถ้าใครที่ติดตาม Bitcoin อยู่และเป็น BTC Maxi ก็น่าจะเคยเห็น STRC มาแล้ว แต่ถ้าไม่รู้จักว่ามันคืออะไร และมีผลยังไง ผมจะมาเล่าให้ฟัง
- STRC คือ preferred stock ของ Strategy ที่ระดมทุนแล้วนำไปซื้อ Bitcoin ทั้งหมด
- สัปดาห์เดียว STRC ซื้อ BTC มากกว่า ETF ทุกตัวในอเมริการวมกัน — และไหลทางเดียว ไม่มีกลไกบังคับขาย
- ตัวแปรสำคัญที่สุดคือ volatility ต่ำ → haircut น้อย → สถาบันเข้าได้มากขึ้น → flywheel หมุนแรงขึ้น
- ถ้า STRC หลุดต่ำกว่า $100 หรือ volatility พุ่ง สวิตช์ดับทันที
ทำความรู้จัก STRC กันก่อน
STRC คือหุ้น preferred stock ของบริษัท Strategy ของ Michael Saylor บริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลกในฐานะบริษัทจดทะเบียน ปัจจุบันถืออยู่ราว 780,897 BTC
STRC จ่าย dividend รายเดือนในอัตรา 11.5% ต่อปี และถูกออกแบบให้ราคาวนเวียนอยู่ใกล้ $100 ต่อหน่วย
แต่นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ — STRC ไม่ได้เกิดมาเพื่อจ่าย dividend มันเกิดมาเพื่อซื้อ Bitcoin dividend เป็นแค่ "ค่าเช่า" ที่ Strategy ต้องจ่ายเพื่อให้นักลงทุนยังถือหุ้นนี้ต่อไป ส่วนเงินที่ได้จากการออกหุ้นใหม่ทุกบาท นำไปซื้อ BTC ทั้งหมด
สำคัญแค่ไหน? ใหญ่กว่า ETF ทั้งตลาดรวมกัน
พูดง่าย ๆ คือ preferred stock ตัวเดียวของ Strategy ซื้อ Bitcoin ได้มากกว่า ETF ทุกตัวในอเมริการวมกัน ในสัปดาห์เดียว
แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือมันไหลทางเดียว
ETF Bitcoin ไหลสองทาง เมื่อนักลงทุนขาย ETF ออก ผู้ดูแลกองทุนต้องขาย Bitcoin ออกมาด้วย เราเห็นสิ่งนี้ชัดเจนในวันที่ 29 มกราคม เมื่อ ETF ทั้งหมดมีเงินไหลออกรวม -$817 ล้าน ในวันเดียว
STRC ไม่มีกลไกนี้ เมื่อคนขาย STRC ออก พวกเขาขายในตลาดหุ้นปกติ Strategy ไม่ต้องขาย Bitcoin ออกมาเลย
ทุก $1 ที่ออก STRC ใหม่ = Bitcoin ถูกซื้อเข้า vault — และไม่มีกลไกใดที่จะบังคับให้ Bitcoin ถูกขายออก
กองทุนรวมและ ETF ปัจจุบันถือ digital credit products รวมกันกว่า $2 พันล้าน โดย STRC คิดเป็น $591 ล้าน ที่มาจาก Capital Group, BlackRock, Fidelity, VanEck และอื่น ๆ
Volatility เกี่ยวอะไรกับทั้งหมดนี้?
นี่คือส่วนที่ลึกที่สุด และสำคัญที่สุด
Strategy ออก STRC ใหม่ได้ก็ต่อเมื่อราคาอยู่ที่ $100 หรือสูงกว่าเท่านั้น ถ้าราคาหลุดต่ำกว่า $100 flywheel นี้หยุดทันที
และสิ่งที่ทำให้ราคา STRC มีเสถียรภาพหรือไม่ คือ volatility ในโลกของสถาบันการเงิน — กองทุน, prime broker, clearinghouse — ทุกเจ้าพวกเขากำหนด "haircut" หรือมาร์จินที่ต้องวางค้ำประกัน โดยอิงจาก volatility ของสินทรัพย์
Flywheel ทำงานแบบนี้:
ยิ่ง volatility ต่ำ → haircut น้อย → leverage เพิ่ม → สถาบันจัดสรรเงินเข้า STRC ได้มากขึ้น → ความต้องการ STRC สูงขึ้น → Strategy ออก STRC ใหม่ได้เพิ่ม → ซื้อ BTC เพิ่ม
ตั้งแต่เปิดตัว STRC มา volatility 30 วันของมันลดลงจาก 18% เหลือเพียง 2% ซึ่งหมายความว่าสถาบันที่ถืออยู่มีพื้นที่ในการขยาย position ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือน
อารมณ์แบบนี้ — ถ้าเราเอาทองคำไปค้ำประกัน ธนาคารอาจให้กู้ได้ 70% เพราะราคาไม่ค่อยขึ้นลงแรง แต่ถ้าเอา memecoin ไปค้ำประกัน ธนาคารอาจให้กู้แค่ 20% เพราะราคากระโดดขึ้นลงทุกวัน STRC กำลังเดินทางจากฝั่ง memecoin ไปสู่ฝั่งทอง
และยิ่งนาน ยิ่งดี เพราะทุกเดือนที่ผ่านไปคือ track record ที่สะสม — กองทุนใหม่ที่เคย "รอดูก่อน" เริ่มกล้าเข้า compliance team ผ่อนคลาย buyer pool ขยายออก
วันจันทร์ที่ 14 เมษายน 2026 STRC ทำสถิติ volume รายวันสูงสุดตลอดกาลที่ $1.16 พันล้าน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 30 วันที่ $278 ล้านถึงกว่า 4 เท่า โดยประมาณการว่ามีการซื้อ BTC เพิ่มอีกราว 7,800 เหรียญผ่านโปรแกรม ATM
ขาลงก็น่ากลัวพอกัน
เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แค่ routine ex-dividend dip ทำให้ราคา STRC ดิ่งต่ำกว่า $100 ชั่วคราว ผลที่เกิดขึ้น? issuance หยุดทันที และยอดซื้อ Bitcoin รายสัปดาห์ร่วง
นั่นแค่ dividend dip ปกติที่ทุกคนรู้ล่วงหน้า ถ้าเกิด credit event จริง ๆ หรือ volatility พุ่งขึ้นอย่างหนัก flywheel ก็จะหยุด และ BTC ก็เสียหนึ่งในแรงซื้อที่ใหญ่ที่สุดในตลาดไป
Bear Case อีกตัว: STRC กำลังเติบโตในอัตราที่เร็วพอสมควร ถ้ายังเติบโตแบบนี้ ทาง Strategy ก็จะยิ่งใช้เงินเร็วขึ้น และอาจใช้ cash reserve $2.25 พันล้านหมดภายในหนึ่งถึงสองปีนี้
สิ่งที่ควรติดตาม
ถ้าพุ่งขึ้น = สัญญาณว่า issuance กำลังสะดุด เงินหยุดไหลมาซื้อ BTC
อยู่ใน range $99–$101 มากแค่ไหน? ถ้าหลุดออก = pause กำลังจะมา
ถ้าปริมาณซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก = demand กำลังเร่ง ถ้าต่ำกว่ามาก = bid กำลังบาง
ตอนนี้ใช้เวลา 9–10 วันทำการให้ราคากลับมา ถ้าเริ่มใช้เวลา 15–20 วัน = demand อ่อนแอลงแล้ว
สรุปให้เห็นภาพ
ตอนนี้ Strategy ได้รับ authorization ออก STRC เพิ่มอีก $21 พันล้าน ที่ยังรอการ deploy อยู่
ถ้า STRC ยังรักษา track record ความเสถียรนี้ไว้ได้ เงินจาก buyer pool ใหม่จะทยอยเข้า flywheel จะหมุนต่อ และ Bitcoin จะถูกซื้อเข้าคลังของ Strategy ต่อไปเรื่อย ๆ
แต่ถ้า volatility พุ่ง ราคาหลุด par — สวิตช์ก็ดับ
STRC กำลังกลายเป็น on/off switch ของ BTC demand ที่ใหญ่ที่สุดในตลาด ทั้งขาขึ้นและขาลง — เป็น flywheel ที่โหดที่สุดตัวหนึ่งที่ตลาดคริปโตเคยเห็น